Browse Month by มกราคม 2017
ไม่มีหมวดหมู่

สารสกัดจากส้มแขก (Garcinia)

ารสกัดจากส้มแขก (Garcinia)

ส้มแขก หรือ การ์ซิเนีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia cambogia หรือ Garcinia atroviridis แล้วแต่สายพันธุ์
ต้นส้มแขกมีมากทางอินเดียตอนใต้ และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อว่า Malabar Tamarind, Brindle berry
พืชตระกูลการ์ซิเนียมีหลายสายพันธุ เช่น มังคุด เป็นพืชในตระกูลการ์ซิเนียเช่นกัน พืชตระกูลนี้ส่วนใหญ่มีอยู่ในแถบอินโดจีน

สารสำคัญในผลส้มแขก

สารสกัดจากผลส้มแขก ในต้วผลและเปลือกผล คือ กรดไฮดรอกซีซิตริก hydroxycitric acid หรือเรียก ย่อว่า HCA
จากส้มแขกสายพันธุการ์ซิเนีย แคมโบเกีย การ์ซีเนีย อะโทรวิริดิส และการ์ซิเนีย อินดิคา ซึ่งมักพบเป็นพืชพรรณไมในป่า อย่างไรก็ตาม
สามารถนำมา เพาะปลูกไดในบางพื้นที่
แต่ผลไม้ที่มีสาร HCA มากที่สุดประมาณร้อยละ16 คือ การ์ซิเนีย แคมโบเดีย ซึ่งลักษณะผลเปลือกบาง ผลแบ่งเป็นกลีบๆด้วยร่องลึกรอบ ผลทำให้มีลักษณะคล้ายฟักทอง มีสีตั้งแต่เหลืองไปจนถึงแดง ในประเทศศรีลังกาผลส้มแขกถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ในกระบวนหมักปลา ซึ่งแท้จริงเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของซาวศรีลังกาที่ได้รู้จักนำมาใช้เป็นประโยชน์ก่อน
ผลส้มแขกได้ถูกใช้ให้เกิดประโยชน์มากมาย เช่น ใช้ปรุงแต่งรสชาติอาหาร ให้มีรสเปรี้ยว เช่นเดียวกับคนไทยใช้มะขามปรุงอาหารให้มีรสเปรี้ยว ผลส้มแขก ถูกนำไปใช้ถนอมอาหารและใช้เป็นสมุนไพรบำรุงสุขภาพ และชาวอินเดียใช้ เป็นยารักษาโรคลำไส้และโรครูมาตอยด์กันมาแต่โบราณ

ประโยชน์ สรรพคุณของส้มแขก

มีบันทึกในตำรายากลางบ้านของหลายประเทศในแถบเอเชีย ว่าช่วย บำรุงธาตุ ย่อยอาหาร เคยมีรายงานการทดลองในสัตว์พนว่า HCA ช่วยยับยั้งการสังเคราะห์กรดไขมัน (ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ ATP citrate lipase) ลดความอยากอาหาร ที่สัตว์ทดลอง HCA ทำให้การเปลี่ยนคาโบไอเดรทไปเป็นไขมันเกิดน้อยลง โดยเข้าไป ยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว ความคิดในการนำ HCA มาใช้ ในการลดนํ้าหนักได้เริ่มต้นในศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา โดย HCA จะให้ผลดีต่อ การควบคุมน้ำหนัก เพราะคุณสมบัติในการลดความอยากอาหาร การเพิ่มการสะสมพลังงานในรูปไกลโคเจนมากขึ้น
ไกลโคเจนเป็นพลังงานสำรองที่ร่างกายสะสมไว้มากที่สุดในตับ รองลงมา คือกล้ามเนื้อ จะถูกนำมาใช้หลังจากมีการใช้กลูโคสไปมากแล้วเชื่อว่ายับยั้งการสะสมไขมันตามร่างกาย เมื่อออกกำลังกายและทาน ส้มแขก จะทำให้ใช้พลังงานได้จากไขมันแทนที่จะใช้จากแป้งเป็นอันดับแรก

HCA ช่วยลดความอยากอาหาร โดยไม่ทำให้อ่อนเพลีย มีการทดลองใน หนูโดยให้กิน HCA นาน 39 วันในขนาด (52.6 nmol/kg พบว่าหนูกินอาหาร น้อยลง แน่นอนน้ำหนักก็ลดลงด้วย (โดยมีการเพิ่มปริมาณซีโรโตนินซึ่งเป็นสาร สือประสาทควบคุมความอยากอาหาร) โดยหลังหยุดกิน HCA ไม่ได้ทำให้เกิด ปรากฎการณ์ โยโย่ คือ กลับมาทานเยอะจนอ้วนอีก

HCA เพิ่มความไวของอินซูลินในการจับนํ้าตาลจากเลือดเข้าสู่เซลล์ทำให้ ระดับนํ้าตาลในเลือดลดลง

HCA ยังเพิ่มการทำงานของ carnitine acyl transferase ที่จะเร่งการสลายไขมัน

HCA ไม่สามารถยับยั้งการเปลี่ยนกลูโคสเป็นไขมัน แต่ได้มีการศึกษาด้วย การทานร่วมกับโครเมียมโพลีนิโคติเนต ที่พบในเยื่อหุ้มเซลล์ทุกเซลล์ ซึ่ง ทำงานร่วมกับอินซูลินนำนํ้าตาลกลูโคสเข้าเซลล์เป็นพลังงานของเซลล์ พบว่า HCA มีส่วนทำให้กลูโคสถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานไกลโคเจนได้มากขึ้น จึงรูสีกอิ่ม อยู่นานจึงเป็นการช่วยเปลี่ยนกลูโคสที่เหลือใช้ไปเป็นไกลโคเจน แทนที่จะเปลี่ยน เป็นไขมันสะสมตามอวัยวะภายใน สะโพก แขน ขา ไกลโคเจนนั้นไมใช่ไขมัน แต่เป็นพลังงานสำรองสะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อ เมื่อร่างกายขาดพลังงานก็ จะมีการสลายไกลโคเจนออกมาเป็นพลังงานแทนกลูโคส

HCA จะมีผลเฉพาะป้องกันการเกิดไขมันจากคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น แต่จะไม่มีผลใดๆกับไขมันที่สะสมอยู่แล้วตามส่วนต่างๆของร่างกาย
อันเนื่องจากการบริโภคไขมันสูง หรือทานอาหารมากเกินไป แม้จะมีการแนะนำให้ใช้ลดความอ้วน แต่ ก็ไม่ได้มีงานวิจัยที่ดีรองรับ มีแด่ว่าลดนั้าหนักใน
สัตว์ทดลองได้

ไม่นานมานี้เมื่อทดลองในคน โดยโรงพยาบาล St Luke’s-Roosevelt มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา เลือกคนอ้วนทั้งหญิงและชายมา 135 คน กลุ่มแรกมี 66 คน ให้ทาน HCA วันละ 1,500 มิลลิกรัม นาน 12 สัปดาห์ กลุ่มที่สองมีจำนวน 69 คนให้ทานยาหลอกแทน HCA คนทั้ง 2 กลุ่ม ถูกควบคุมด้วยอาหารเส้ใยสูง พลังงานตํ่า แล้ววัดน้ำหนักกับมวลไขมันทุกสัปดาห์จนครบ 12 สัปดาห์ ผลการ ทดลองทั้งสองกลุ่มไม่ได้มีน้ำหนักลดลงจนแตกต่างกันแต่อย่างใด สรุปว่า การ ใช้ HCA ลดน้ำหนักนั้นไม่ได้ผล

ในสัตว์ทดลองพบว่ามีผลดีต่อโรคกระเพาะอาหาร โดยไม่ทราบกลไกที่ แน่ชัด แต่คาดว่าจะลดปริมาณกรดในกระเพาะ เพิ่มความทนทานให้เยื่อบุกระเพาะ ซึ่งควรมีการศึกษาถึงกลไกทางด้านนี้ฃอง HCA เพิ่มเติมต่อไป

HCAไม่ใช่สารอาหารที่ร่างกายมนุษย์ต้องการ เป็นเพียงอาหารที่ใช้เสริมใน โปรแกรมลดน้ำหนักและลดความอ้วน จึงไม่มีการศึกษาค้นคว้าใดๆที่รายงานเรื่องการขาด กรดไฮดรอกซีซิตริก แพทย์บางท่านอาจแนะนำให้คนไข้ทาน HCA ทุกวันเพื่อวัตถุประสงค์ใน การลดน้ำหนัก แต่แพทย์บางท่านก็ปฏิเสธที่จะใช้โดยบอกว่าไม่ได้ผล อย่างไร ก็ดี HCA ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สุดฮอดในยุคนี้ และพบว่ามีขายทั้งในรูปอาหาร และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ในท้องตลาดทั่วไป

ขนาดที่ใช้รับประทาน

HCA ที่ขายในรูปวัตถุดิบในท้องตลาดจะมีความบริสุทธิ์ที่ 50-75% ฉะนั้นขนาดรับประทานในแต่ละผลิตภัณฑ์จะแตกต่างกันไป
จากการศึกษาในสัตว์ทดลองชื้ให้เห็นชัดว่าขนาดรับประทานที่ได้ผลคือ HCA 3-6 กรัมต่อวันและแนะนำว่าในคนควรแบ่งทานเป็นครั้งละ๑-๒ กรัม เช้า-เที่ยง-เย็น โดยทาน 30-60 นาที ก่อนอาหาร

มีการทดลองใช้ HCA ในปริมาณวันละ 750 มิลลิกรัม ร่วมกับสารออกฤทธิ์เสริมที่เหมาะสม พบว่าให้ผลดีต่อการลดนํ้าหนัก แต่มีบางการทดลองแนะนำให้ทานถึงครั้งละ 500 มิลลิกรัม สามครั้งต่อวัน รวมเป็น 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน

วิธีใช้ข้างกล่องของไทยระบุว่าทานตอนท้อง ว่างครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เม็ดละ 50 มิลลิกรัม มีคนใช้ได้ผลไปไม่กี่คน

ผู้เชี่ยวชาญด้านไขมันของสหรัฐอเมริกา แนะนำว่า ให้ทานครั้งละ 4 เม็ด วันละ 15 เม็ด วันละ 750 กรัม ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงจึงจะได้ผล พร้อมทั้ง ดื่มนํ้าเย็นเฉียบเพื่อให้ร่างกายน้ำพลังงานมาปรับอุณหภูมินํ้าเพิ่มเท่ากับอุณหภูมิ ร่างกาย หากมีสูตรผสมโครเมียมด้วยจึงเป็นการลดปริมาณโคเลสเตอรอลใน เลือดในทางอ้อม เพราะไขมันที่ไปสะสมน้อยลง

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ส้มแขก มักบรรจุปริมาณ HCA อยู่ร้อยละ 50 ปริมาณ HCA ที่ควรใช้ต่อวันเพื่อการลดนํ้าหนักอยู่ที่250-1,000มิลลกรัม แบ่ง ทานวันละ 3 ครั้ง ให้ทาน 30 นาทีก่อนมื้ออาหาร 3 มื้อ ก่อนทานควรดูคำแนะนำ ข้างกล่องพร้อมทั้งคำนวณปริมาณ HCA

ผลข้างเคียง กรดไฮดรอกซีซิตริกเป็นสารที่สกัดได้จากธรรมชาติจึงแทบจะไม่พบความ เป็นพิษแต่อย่างไร ค่าแอลดี 50 (LD 50) ของ HCA คือ 4,000 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก

ตัวสัตว์ทดลองหนึ่งกิโลกรัม คือ ให้สัตว์ทดลองกินสารที่ต้องการศึกษาเข้าไปใน ปริมาณสูงมากๆ แล้ววัดปริมาณสารที่ทำให้สัตว์ทดลองตายลงไปครึ่งหนึ่งของ ทั้งหมด จะเห็นได้ว่าการนำ HCA มาบริโภคนั้นมีความปลอดภัยสูง

ข้อควรระวังในการใช้ สารสกัดจากสัมแขก

หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตรไม่ควรใช้ ตามทฤษฎีแล้ว HCA อาจมีผล กระทบต่อการสร้าง acetylcholine ในสมอง และในคนซึมเศร้า ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โรคความจำเสือมก็ไม่ควรใช้ด้วย

ผู้ป่วยเบาหวานควรใช้สารสกัดผลส้มแขกอย่างระมัดระวัง ยังมีข้อห้ามของการใช้ HCA ในกลุ่มคนบางพวก เช่น ผู้ที่ต้องรับการรักษา ด้วยฮอร์โมน (ฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน เทสโทสเตอโรน และฮอร์โมน หรือสารต่างๆในกลุ่มสเตียรอยด์) หญิงมีครรภ์หญิงให้นมบุตร และในเด็กเล็ก

ปฏิกิริยากับสารอื่น

จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่เคยมีรายงานของปฏิกิริยาของ HCA ที่ไปมีผลขัดขวางหรือผลเสียกับสารหรือยาอื่นใด
มีพบเพียงรายงานของการเพิ่มฤทธิ์ในการป้องกันการสะสมไขมันที่สูง ขึ้นอย่างมากเมื่อมีการใช้ HCA ร่วมกับสารโครเมียม

สรุปสรรพคุณของส้มแขก

  1. ช่วยแก้อาการไอ (ดอก)
  2. สรรพคุณส้มแขกใช้เป็นยาขับเสมหะ (ดอก)
  3. ผลแก่นำมาใช้ทำเป็นชาลดความดันได้ หรือจะใช้ดอกก็ได้ (ผลแก่, ดอก)
  4. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ดอกตัวผู้แห้งต้มกับน้ำ (อัตราส่วน 7 ดอก : น้ำ 1 ลิตร) เติมน้ำครั้งที่สองใส่ดอก 3 ดอกต่อน้ำ 1 ลิตร โดยไม่ต้องทิ้งดอกที่ต้มในครั้งแรก แล้วนำมาดื่ม (ดอกตัวผู้)
  5. ใช้เป็นยาสมุนไพรช่วยฟอกโลหิต
  6. ใช้ทำเป็นยาแก้กระษัย ด้วยการนำมาตากแห้งแล้วต้มกับน้ำผสมกับรากมังคุดและรากจูบู (ราก)
  7. ตำรายาพื้นบ้านใช้ส้มแขกทำเป็นยาบรรเทาอาการปวดท้องในสตรีมีครรภ์
  8. ส้มแขกมีสรรพคุณใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ
  9. ใบสดน้ำมารับประทานช่วยแก้อาการท้องผูก (ใบ)
  10. มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ
  11. รากใช้ทำเป็นยารักษานิ่ว ด้วยการนำมาตากแห้งแล้วต้มกับน้ำผสมกับรากมังคุดและรากจูบู (ราก)
  12. ผลส้มแขกมีสรรพคุณช่วยลดความอยากอาหาร ความรู้สึกหิวอาหาร
  13. ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร
  14. ช่วยดักจับแป้งและไขมันจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
  15. สารสกัดจากส้มแขกช่วยทำให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนไหวตัวได้เร็วขึ้นและขับไขมันออกมา
  16. ส้มแขกลดน้ําหนัก เนื่องจากผลส้มแขกมีกรดมีกรดไฮดรอกซีซิตริก (HCA) มีสรรพคุณในการช่วยลดน้ำหนักและช่วยลดไขมันส่วนเกินของร่างกายได้
  17. มีคุณสมบัติช่วยสกัดกั้นการเปลี่ยนแปลงของคาร์โบไฮเดรต (อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล) ไม่ให้เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามร่างกายได้ แต่จะนำไปเป็นพลังงานให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย
  18. ส้มแขกลดความอ้วน ช่วยกระตุ้นให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมในร่างกายออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ไขมันที่สะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีน้ำหนักลดลงอย่างช้า ๆ ประมาณ 1 กิโลกรัมภายใน 3-4 อาทิตย์

ประโยชน์ของส้มแขก

  1. ใบแก่นำมาทำเป็นชาได้ แต่จะมีกลิ่นเหม็นเขียว (ใบแก่)
  2. ใบอ่อนส้มแขกใช้รองนึ่งปลา (ใบอ่อน)
  3. ประโยชน์ส้มแขก ผลสดใช้ทำแกงส้ม
  4. ประโยชน์ของส้มแขก ผลใช้ปรุงรสอาหารด้วยการนำมาผ่าเป็นชิ้นเล็ก ๆ เอาเยื่อและเมล็ดออก นำมาตากแห้งแล้วนำมาใช้ปรุงรสอาหารให้มีรสเปรี้ยว เช่น แกงส้ม แกงเลียง ต้มปลา ต้มเนื้อ แกงส้ม หรือใช้ทำน้ำแกงขนมจีน เป็นต้น หรือจะใช้ใบแทนผลก็ให้รสเปรี้ยวได้เช่นกัน (ผล, ใบ)
  5. มีการใช้ใบแก่ของส้มแขกมาผสมกับยางพารา เพื่อใช้ทำปฏิกิริยาให้น้ำยางพาราแข็งตัวเร็วขึ้น ด้วยการใช้ใบแก่ประมาณ 2 กิโลกรัมผสมกับน้ำ 10 ลิตรแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์แล้วค่อยนำมาผสมกับยางพารา (ใบแก่)
  6. ลำต้นส้มแขกแก่ ๆ (อายุเกิน 30 ปีขึ้นไป) สามารถนำมาใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือทำเป็นไม้แปรรูปใช้ในการก่อสร้างได้ (ลำต้น)
  7. มีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลาย เช่น ชาส้มแขก น้ำส้มแขก ส้มแขกกวน แคปซูลส้มแขก แชมพูแก้ผมร่วง ฯลฯ